รำลึก 1 เมษายน #วันเลิกทาส ของไทย ![]()
![]()
จุดเริ่มต้นที่แท้จริงของวันนี้ คือวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2448 (หรือ ร.ศ. 124) ซึ่งเป็นวันที่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ทรงประกาศใช้กฎหมายสำคัญชื่อว่า "พระราชบัญญัติทาส รัตนโกสินทรศก 124" อย่างเป็นทางการ
.
หลายคนอาจมีภาพจำเรื่องความขัดแย้งรุนแรง แต่ประวัติศาสตร์การเลิกทาสในเมืองไทยนั้นต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง จากกุศโลบายที่เริ่มต้นจาก "เด็ก" ค่อยๆ ลดค่าตัวลูกทาสอย่างละเมียดละไมยาวนานกว่า 30 ปี จนในที่สุดทุกคนก็ได้รับสิทธิเสรีภาพ กลายเป็น "แรงงานเสรี" ที่ช่วยพลิกโฉมและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยมาจนถึงทุกวันนี้
5 เกร็ดประวัติศาสตร์ของวันเลิกทาส
ทาสในไทยมีหลายประเภทมาก แต่ที่พบมากที่สุดคือ "ทาสสินไถ่" (ขายตัวเป็นทาสเพื่อแลกเงิน) และ "ทาสในเรือนเบี้ย" (ลูกที่เกิดจากพ่อแม่ที่เป็นทาส)
ไม่ใช่ทุกคนที่เกิดมาเป็นทาส แต่สถานะทางการเงินและความยากจนคือปัจจัยหลัก
.
ในหลวงรัชกาลที่ 5 ทรงประกาศ "พระราชบัญญัติพิกัดเกษียณอายุลูกทาสลูกไทย" โดยให้เด็กที่เกิดปีมะโรง (ปีที่พระองค์ขึ้นครองราชย์) มีค่าตัวลดลงเรื่อยๆ จนหมดไปเมื่ออายุครบ 21 ปี
เป็นกุศโลบายเพื่อไม่ให้เจ้าเงิน (นายเงิน) เสียประโยชน์ทันที จนเกิดความขัดแย้งรุนแรง
.
เลิกทาสไทย...ไร้สงครามกลางเมือง
แต่ใช้เวลาถึง 30 ปี ในการค่อยๆ ปรับเปลี่ยนกฎหมายและโครงสร้างสังคมอย่างละเมียดละไม
ใช้การทูตและกฎหมายนำการใช้กำลัง ทำให้สังคมเปลี่ยนผ่านได้อย่างสันติ
.
เมื่อคนเป็นอิสระ พวกเขากลายเป็น "แรงงานเสรี" สามารถไปจับจองที่ดินทำกินเองได้ ส่งผลให้การผลิตข้าวของไทยพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก และกลายเป็นสินค้าส่งออกหลักของประเทศ
การเลิกทาสคือการเปลี่ยนจาก "แรงงานติดตัวนาย" เป็น "แรงงานขับเคลื่อนเศรษฐกิจ"
.
1 เมษายน พ.ศ.2448 วันที่ประกาศใช้ "พระราชบัญญัติเลิกทาส ร.ศ. 124" ซึ่งถือเป็นจุดสิ้นสุดของระบบทาสในไทยอย่างเป็นทางการ (ลูกทาสทุกคนเป็นอิสระ)
วันที่คนไทยทุกคนมีสิทธิและเสรีภาพเท่าเทียมกันตามกฎหมายเป็นครั้งแรก
#ข่าวจริงประเทศไทย #วันเลิกทาส #ประวัติศาสตร์ไทย #ความรู้รอบตัว #รัชกาลที่ 5