สายมู-ลายลุย เตรียมตัวให้พร้อม 'ถ้ำนาคา' เปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวอีกครั้ง 1 มิถุนายนนี้
ใครที่ชอบลุยป่าฝ่าดงชมธรรมชาติ แถมยังเป็นสายมู เตรียมตัวให้พร้อมได้เลย เพราะวันที่ 1 มิ.ย.นี้ "ถ้ำนาคา" จะกลับมาเปิดให้ทุกคนสัมผัสความความสวยงามของธรรมชาติอีกครั้ง หลังจากได้รับการฟื้นฟูตามธรรมชาติ โดย ถ้ำนาคา แห่งนี้ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติภูลังกา จ.บึงกาฬ สิ่งที่โดนเด่นและเป็นที่เลื่องลือ คือ ความมหัศจรรย์ทางธรณีวิทยาของหินที่มีลักษณะคล้ายเกล็ดงู ซึ่งเรียกว่าปรากฎการณ์ 'ซันแครก' (Sun Crack) ซึ่งเกิดจากการแตกผิวหน้าของหิน เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิที่แตกต่างกันระหว่างกลางวันและกลางคืนอย่างรวดเร็ว ทำให้หินเกิดการขยายตัวและหดตัวสลับไปมา จนแตกเป็นลายเหลี่ยม ต่อมามีการผุพังและกัดเซาะโดยน้ำและอากาศในแนวดิ่ง ทำให้เกิดลักษณะเป็นชั้น ๆ ลวดลายรูปร่างคล้ายกับงู หรือ พญานาค
นอกจากนี้ยังมีตำนานที่เล่าขานต่อกันมาว่า เจ้าปู่อือลือราชาเป็นราชาผู้ถูกสาปให้เป็นพญานาคเฝ้าถ้ำแห่งนี้ชั่วนิจนิรันดร์ เพราะเป็นต้นเหตุของรักไม่สมหวังระหว่างพญานาคกับมนุษย์ ทำให้เมืองที่เจริญรุ่งเรืองล่มสลายกลายเป็นบึงโขงหลง พระอือลือราชาจะพ้นคำสาปก็ต่อเมื่อบังเกิดเมืองขึ้นใหม่ ซึ่งในอดีตพื้นที่นี้ขึ้นกับจังหวัดหนองคาย แต่ปัจจุบันอยู่ในเขตพื้นที่ของจังหวัดใหม่คือบึงกาฬ
สำหรับถ้ำนาคา ตั้งอยู่ที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติชั่วคราว (น้ำตกตาดวิมานทิพย์) บ้านตาดวิมานทิพย์ ตำบลโพธิ์หมากแข้ง อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ นับว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นิยมมาก ในแต่ละฤดูกาลจะให้ภาพและบรรยากาศแตกต่างกันไป โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝน หินจะมีความฉ่ำน้ำ กิดมอส เฟิน และพืชพันธุ์ต่าง ๆ เกาะตามผิวหินทำให้ดูมีชีวิตชีวา เห็นลวดลายคมชัดและงดงามยิ่งกว่าช่วงไหนๆ ส่วนหน้าร้อนจะเห็นผิวหินชัดเจน และระหว่างทางจะเต็มไปด้วยบรรดาพืชพันธุ์ดอกไม้ ทั้งไม้พุ่มและไม้ยืนต้นที่กำลังออกดอก เช่น ข่อยหิน เต็ง รัง คำมอกหลวง ม้าวิ่ง อะราง ตะแบกเกรียบ เป็นต้น
ระยะทางจากจุดเริ่มต้นไปถึงถ้ำนาคาประมาณ 1,400 เมตร ใช้เวลาเดินทางไป-กลับประมาณ 4-5 ชั่วโมง ทางเดินเป็นทางเดินธรรมชาติ ประกอบด้วย บันไดเป็นช่วง ๆ สลับกับพื้นดิน และมีบางจุดจะต้องดึงเชือกเพื่อช่วยพยุงตัวทั้งตอนขึ้นและลง นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ ในบริเวณที่ใกล้เคียงกัน ได้แก่ เจดีย์หลวงปู่เสาร์ เจดีย์หลวงปู่วัง ถ้ำหลวงปู่วัง และหัวนาคาที่ 1 เป็นต้น