INSIGHT : กสทช. ย้ำชัด! ยกเลิกเน็ตบ้านได้ทันที ไม่ต้องเสียค่าปรับ
ปัญหาการยกเลิกบริการอินเทอร์เน็ตบ้านยังคงเป็นหนึ่งในข้อร้องเรียนสำคัญของผู้บริโภคไทย โดยเฉพาะกรณีที่ผู้ให้บริการกำหนด “สัญญาผูกมัด” 1-2 ปี พร้อมเรียกเก็บค่าปรับหลักพันบาท หากลูกค้าขอยกเลิกก่อนครบกำหนด จนทำให้ผู้ใช้จำนวนไม่น้อยจำใจใช้บริการต่อ แม้ไม่ต้องการใช้งานแล้ว
อย่างไรก็ตาม สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ยืนยันว่า ผู้บริโภคมีสิทธิยกเลิกบริการได้ตลอดเวลา โดยไม่จำเป็นต้องรอครบสัญญา และไม่ควรถูกเรียกเก็บค่าปรับที่ไม่เป็นธรรม
อ้างอิงจาก “ประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง มาตรฐานของสัญญาให้บริการโทรคมนาคม พ.ศ. 2549” ข้อ 32 ระบุว่า ผู้ใช้บริการสามารถบอกเลิกสัญญาได้ทุกเมื่อ เพียงแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 5 วัน และชำระค่าบริการตามระยะเวลาที่ใช้งานจริงเท่านั้น
ประเด็นดังกล่าวทำให้เงื่อนไขที่ระบุว่า “ต้องใช้บริการครบ 1 ปี หรือ 2 ปี มิฉะนั้นต้องเสียค่าปรับ” ถูกตั้งคำถามถึงความสอดคล้องกับหลักคุ้มครองผู้บริโภค และอาจไม่สามารถใช้เป็นเหตุเรียกเก็บเงินเพิ่มเติมจากลูกค้าได้
ในช่วงที่ผ่านมา สภาองค์กรของผู้บริโภคได้รับเรื่องร้องเรียนจำนวนมากเกี่ยวกับขั้นตอนการยกเลิกบริการอินเทอร์เน็ตบ้าน โดยผู้ใช้หลายรายระบุว่า ผู้ให้บริการบางแห่งมีการ “ดึงเช็ง” หรือทำให้การยกเลิกยุ่งยากกว่าที่ควร เช่น การโอนสายไปยังฝ่ายรักษาฐานลูกค้า เพื่อเสนอโปรโมชั่นลดราคา แลกกับการต่อสัญญาใหม่ หรือเพิ่มเงื่อนไขต่าง ๆ จนผู้บริโภคเกิดความสับสน
นอกจากนี้ ยังมีกรณีที่ลูกค้าถูกกำหนดให้นำอุปกรณ์ เช่น เราเตอร์ หรือกล่องรับสัญญาณ ไปคืนที่ศูนย์บริการหลักเพียงบางแห่ง ซึ่งอาจอยู่ห่างไกลและไม่สะดวกต่อการเดินทาง บางรายถูกแจ้งว่าหากไม่คืนอุปกรณ์ภายในวันเดียวกัน จะยังไม่สามารถยกเลิกบริการได้ ส่งผลให้ผู้บริโภคบางส่วนยอมจ่ายค่าปรับเพื่อยุติปัญหาโดยเร็ว
ผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิผู้บริโภคแนะนำว่า ขั้นตอนสำคัญที่สุดในการยกเลิกบริการคือ “การเก็บหลักฐาน” ทุกขั้นตอนอย่างครบถ้วน โดยควรจัดทำหนังสือแจ้งยกเลิกเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมแนบสำเนาบัตรประชาชน และขอให้พนักงานลงนามรับเอกสารหรือประทับตราเป็นหลักฐาน
ในกรณีที่ไม่สะดวกเดินทางไปศูนย์บริการ ผู้ใช้สามารถส่งเอกสารผ่านอีเมลทางการของบริษัท หรือส่งไปรษณีย์แบบลงทะเบียนตอบรับ เพื่อยืนยันวันและเวลาที่แจ้งยกเลิกได้อย่างชัดเจน
ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคควรถ่ายภาพอุปกรณ์ทุกชิ้นก่อนส่งคืน และตรวจสอบใบเสร็จหรือยอดเรียกเก็บงวดสุดท้ายให้ละเอียด โดยค่าบริการควรถูกคำนวณตามวันที่ใช้งานจริงเท่านั้น
หากภายหลังการยกเลิกยังถูกเรียกเก็บค่าปรับ หรือมีการส่งใบแจ้งหนี้เพิ่มเติม ผู้ใช้ไม่ควรรีบชำระเงินทันที แต่ควรรวบรวมหลักฐานทั้งหมดและยื่นร้องเรียนต่อ กสทช. ผ่านสายด่วน 1200 กด 1 หรือร้องเรียนไปยังสภาองค์กรของผู้บริโภค โทร 1502
ในมุมของผู้บริโภค หลายฝ่ายมองว่า “การยกเลิกบริการ” ควรเป็นสิทธิพื้นฐานที่ดำเนินการได้ง่ายและโปร่งใส ไม่ควรถูกทำให้กลายเป็นกระบวนการที่ยุ่งยาก จนผู้ใช้รู้สึกว่าการสิ้นสุดสัญญา กลับเป็นจุดเริ่มต้นของภาระใหม่ที่ไม่จำเป็น
ติดตามข้อมูลข่าวสารต่างๆ ของข่าวจริงประเทศไทย ได้ที่ ![]()
Facebook : ข่าวจริงประเทศไทย
X : @realnewsthai
Youtube : เรื่องรัฐ Update