เหรียญรามาธิบดีและเหรียญกล้าหาญ คือสัญลักษณ์แห่งเกียรติศักดิ์ประดับไว้บนอกทหารผู้พร้อมพลีชีพเพื่อชาติทุกหยดเลือดและลมหายใจคือคำสัตย์สาบานต่อแผ่นดินเกียรติยศบนโลหะ ที่ยิ่งใหญ่ดั่งภูผา
คือร่องรอยแห่งความกล้าหาญที่สืบต่อไปชั่วกาลนาน
เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีศักดิ์รามาธิบดี
สถาปนาโดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เมื่อปี พ.ศ. 2461
พระองค์ทรงมีพระราชดำริว่า ราชการทหารคือกิจพิเศษ ผู้ปฏิบัติต้องใช้ทั้งแรงกายและปัญญา พร้อมสละชีวิตเพื่อชาติ สมควรมีเครื่องหมายแห่งเกียรติยศเฉพาะทาง จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้าง “เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีศักดิ์รามาธิบดี” สำหรับผู้ทำคุณความดีในราชการทหารโดยตรง ปัจจุบันยังคงพระราชทานอยู่ทั้งในยามสงบและสงคราม ไม่เพียงแก่ทหารไทย หากยังมอบให้ตำรวจ และบุคคลผู้ทรงเกียรติจากต่างประเทศ
ประเภทและลำดับชั้น
เครื่องราชอิสริยาภรณ์นี้แบ่งเป็น 6 ชั้น ได้แก่
1.เสนางคะบดี - ดารารูปไข่ทอง สี่แฉก มีรูปพระปศุรามาวตารปราบพญาการตวีรยะ ห้อยกับสายสะพายแพรแถบสีดำ
2.มหาโยธิน - ลักษณะใกล้เคียงชั้นเสนางคะบดี แต่ห้อยคอด้วยแพรแถบสีดำ
3.โยธิน - ดวงตราคล้องคอ ไม่มีดารา
4.อัศวิน - ดวงตราขนาดเล็ก ห้อยกับแพรแถบประดับหน้าอกซ้าย
5.เหรียญรามมาลาเข็มกล้ากลางสมร - รูปไข่ มีพระปศุรามาวตาร ด้านหลังเป็นอักษรย่อ “ร.ร.” และเลขหกไทย (๖) ใต้พระมหาพิชัยมงกุฎ ห้อยกับแพรแถบ พร้อมเครื่องหมายพระวชิราวุธ ประดับหน้าอกซ้าย
6.เหรียญรามมาลา - เช่นเดียวกับชั้นที่ 5 แต่ไม่มีเครื่องหมายพระวชิราวุธ
เหรียญกล้าหาญ
ภายหลัง ในรัชสมัยรัชกาลที่ 8 ได้โปรดเกล้าฯ ให้สร้าง เหรียญกล้าหาญ (ร.ก.) ขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2484 เพื่อบำเหน็จแก่ผู้กล้าหาญแทน “เหรียญดุษฎีมาลา เข็มกล้าหาญ” ต่อมาได้ปรับปรุงกฎหมาย และตราเป็น พระราชบัญญัติเหรียญกล้าหาญ พ.ศ. 2521 ใช้บังคับมาจนถึงปัจจุบัน
เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ที่ทุกบรรทัดเต็มไปด้วยลมหายใจแห่งเกียรติยศ เครื่องหมายเล็กๆ บนอก คือความยิ่งใหญ่ของคนที่พร้อมอุทิศชีวิตเพื่อแผ่นดิน
#nbtconnext #คนคลองกระแชง #เล่าเท่าที่รู้ #เหรียญรามาธิบดี #เหรียญกล้าหาญ