INSIGHT : ‘ประคองวันนี้ เปลี่ยนผ่านเดี๋ยวนี้ ลงทุนเพื่อพรุ่งนี้’ เปิดมุมมอง ดร.สันติธาร ถอดรหัส GDP ไตรมาส 2
การประกาศตัวเลขทางเศรษฐกิจ (GDP) ไตรมาส 2 โดยสภาพัฒน์ที่ขยายตัว 1.9% แม้จะชะลอลงจากไตรมาสแรก แต่ ดร.สันติธาร เสถียรไทย ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง ได้สะท้อนมุมมองผ่านมุมคิดเชิงยุทธศาสตร์ว่า หากเจาะลึกดูรายละเอียดภายในแล้ว จะพบว่าภาพรวมเศรษฐกิจไทยไม่ได้มีเพียงความท้าทาย แต่ยังซ่อน "ความหวังและโอกาสใหม่" ไว้ได้อย่างน่าสนใจ
.
ในขณะที่เรากำลังรับมือกับแรงกดดันภายในประเทศ เครื่องยนต์เศรษฐกิจยุคใหม่ กลับเริ่มส่งสัญญาณบวก ซึ่งสะท้อนว่าประเทศไทยมีศักยภาพและความพร้อมสูงที่จะเติบโตต่อไปในห่วงโซ่อุปทานระดับโลก
.
ความท้าทายจาก "คลื่น 3 ระลอก" กับการประคอง SME และกำลังซื้อ
.
ดร.สันติธาร ชี้ให้เห็นว่า สภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันกำลังเผชิญกับแรงกดดันรอบด้านที่เปรียบเสมือนคลื่น 3 ระลอกซัดเข้าหาภาคธุรกิจและประชาชน
.
คลื่นที่ 1 คือ ราคาพลังงานผันผวน ราคาพลังงานที่สูงขึ้นไม่ได้กระทบเฉพาะค่าครองชีพ แต่ยังกดดันดุลต่างประเทศของไทยด้วย ในไตรมาสนี้การนำเข้าเร่งขึ้นมาก ขณะที่ดุลการค้าและบัญชีเดินสะพัดกลับมาขาดดุลอย่างมีนัยสำคัญ ผลกระทบไม่ได้หยุดอยู่ที่ปั๊มน้ำมัน แต่ค่อย ๆ ส่งต่อไปยังค่าขนส่ง ต้นทุนการผลิต และราคาสินค้าอื่น ๆ
.
คลื่นที่ 2 คือ ต้นทุนผู้ประกอบการพุ่งสูง เงินเฟ้อผู้บริโภคจาก -0.5% ในไตรมาสแรก ขึ้นมาเป็น +2.7% ขณะที่ดัชนีราคาผู้ผลิตเพิ่มขึ้นถึง 8.3% ตัวเลขนี้น่าห่วงเป็นพิเศษสำหรับผู้ประกอบการรายเล็ก เพราะหลายธุรกิจคงส่งผ่านต้นทุนทั้งหมดไปให้ลูกค้าได้ยาก ในวันที่กำลังซื้อเองก็เริ่มอ่อนลง
.
คลื่นที่ 3 คือ กำลังซื้อภาคประชาชนชะลอตัว การบริโภคภาคเอกชนชะลอจาก 3.3% เหลือ 1.9% ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคลงมาอยู่ที่ 50.3 ขณะที่สินเชื่อรถยนต์ยังหดตัว 7.8% ภาพรวมจึงค่อนข้างชัดว่า คนไทยกำลังระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น ขณะที่ผู้ประกอบการต้องรับต้นทุนที่สูงขึ้นพร้อมกัน และกลุ่มที่ต้องจับตาเป็นพิเศษคือ SME
.
SME จำนวนมากมีเงินทุนสำรองไม่มาก อำนาจต่อรองด้านราคาน้อยกว่า และเข้าถึงสินเชื่อได้ยากกว่าบริษัทขนาดใหญ่ เมื่อรายได้ชะลอแต่ต้นทุนขึ้นพร้อมกัน ปัญหาที่เกิดก่อนจึงมักเป็นเรื่อง สภาพคล่อง
ธุรกิจที่พื้นฐานยังดีอาจต้องลดคน ลดการลงทุน หรือถึงขั้นปิดกิจการ เพียงเพราะเงินหมุนไม่ทัน
.
โจทย์สำคัญของภาครัฐในระยะสั้น คือการเร่งอัดฉีดสภาพคล่องอย่างแม่นยำ ปรับโครงสร้างหนี้ และค้ำประกันสินเชื่อให้กับ SME ที่มีศักยภาพ เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาเงินหมุนเวียนระยะสั้นกลายเป็นความเสียหายถาวรของภาคธุรกิจ
.
สัญญาณบวก เอกชนลงทุนสูงสุดรอบทศวรรษ – ปักหมุดศูนย์กลาง AI & เทคโนโลยี
.
ท่ามกลางคลื่นความท้าทาย ดร.สันติธาร ได้ชี้ให้เห็น "จุดแข็งใหม่" ของเศรษฐกิจไทยที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด
.
การลงทุนภาคเอกชนโตพุ่ง 13.4% – สูงสุดในรอบกว่า 10 ปี โดยการลงทุนด้านเครื่องจักรและอุปกรณ์โตถึง 16.6% มีทั้งคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ และเครื่องจักรอุตสาหกรรม
.
ส่งออกสินค้าเทคโนโลยีขยายตัว 14.1% – แรงหนุนหลักมาจากชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และแผงวงจรอุปกรณ์สื่อสาร
.
การยอมรับในระดับสากล – รายงาน World Development Report 2026 ของธนาคารโลกจัดให้ไทยเป็น 1 ใน 5 ประเทศกำลังพัฒนาที่มีมูลค่าการส่งออกสินค้าเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรม AI สูงที่สุด ะท้อนว่าเราไม่ได้เริ่มต้นจากศูนย์ แต่มีฐานการผลิตอยู่ในห่วงโซ่นี้แล้ว
.
3 กลยุทธ์เพื่ออนาคตเศรษฐกิจไทย
.
เพื่อรักษาจุดสมดุลระหว่างการรับมือความท้าทายและการคว้าโอกาสใหม่ ดร.สันติธาร เสนอแนวทางขับเคลื่อน 3 ภารกิจสำคัญไปพร้อมกัน
.
1. ประคองวันนี้
พยุงแรงงานและ SME ให้ผ่านพ้นช่วงต้นทุนสูง เติมสภาพคล่องเข้าถึงผู้ประกอบการอย่างตรงจุด เพื่อรักษาการจ้างงานและฐานกำลังซื้อ
.
2. เปลี่ยนผ่านเดี๋ยวนี้
เร่งสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน เปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ที่ผ่านมา เวลาราคาพลังงานโลกขึ้น เรามักเน้นการประคองราคา พอราคากลับลง เรื่องก็เงียบไป แล้วอีกไม่กี่ปีก็กลับมาเจอปัญหาเดิม รอบนี้เราเห็นแล้วว่าความผันผวนด้านพลังงานคงไม่หายไปไหนง่ายๆ จึงควรใช้วิกฤตเป็นแรงเร่งให้เกิดการเปลี่ยนผ่านจริง โดยยึด 3 หลัก
1) เร่งทั้งการผลิตและการใช้พลังงานสะอาดไปพร้อมกันเพื่อ Jump start การเปลี่ยนผ่าน
2) ลดภาระต้นทุนพลังงานของครัวเรือนและธุรกิจอย่างยั่งยืน
3) สนับสนุนให้ผู้เล่นไทยเข้าไปมีบทบาทในอุตสาหกรรม Green Transition มากขึ้น ตั้งแต่ผู้ติดตั้ง ผู้ผลิตชิ้นส่วน ผู้ให้บริการ ไปจนถึงธุรกิจเทคโนโลยีใหม่ เพื่อให้เกิดการสร้างงานและเพิ่มขีดความสามารถในประเทศด้วย
.
3. ลงทุนเพื่อพรุ่งนี้
วางตำแหน่งประเทศไทยเป็น "Trusted Connector" หรือฐานการเชื่อมโยงการลงทุนที่ทั่วโลกไว้วางใจ ปรับบทบาทการส่งเสริมการลงทุน (BOI) จากเพียงการดึงดูดเม็ดเงิน มาเป็นการยกระดับทักษะแรงงานไทย ถ่ายทอดเทคโนโลยี R&D และดึง SME ไทยเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่มูลค่าใหม่ของโลก
.
"โจทย์ของประเทศไทยในวันนี้ ไม่ใช่การเลือกระหว่าง 'ของเดิม' กับ 'ของใหม่' แต่คือการทำให้ อุตสาหกรรมเดิมอัปเกรดได้ อุตสาหกรรมใหม่สร้างความสามารถใหม่ให้คนไทย และการลงทุนใหม่กระจายโอกาสไปถึงผู้ประกอบการไทยให้มากที่สุด"
.
ประชาชนและแรงงานไทยจะได้อะไร?
.
อย่างแรกคือ โอกาสในงานทักษะสูง เพราะการเข้ามาของอุตสาหกรรม AI และดิจิทัลจะสร้างงานยุคใหม่ที่มีรายได้สูงขึ้น ต่อมาคือ ความยั่งยืนด้านค่าครองชีพ เพราะการเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดจะช่วยควบคุมต้นทุนพลังงานในระยะยาว และสุดท้ายคือ การเติบโตอย่างเท่าเทียม ทั้งSME และผู้ประกอบการท้องถิ่นจะได้รับโอกาสเชื่อมต่อเข้ากับห่วงโซ่อุปทานระดับโลกนั่นเอง
.
ติดตามข้อมูลข่าวสารต่างๆ ของข่าวจริงประเทศไทย ได้ที่ ![]()
Facebook : ข่าวจริงประเทศไทย
X : @realnewsthai
Youtube : เรื่องรัฐ Update
#ข่าวจริงประเทศไทย #realnewsthailand #สันติธารเสถียรไทย #เศรษฐกิจไทย #GDP #BOI #การลงทุนภาคเอกชน #พลังงานสะอาด #TrustedConnector #SMEไทย #พัฒนาทักษะแรงงาน