INSIGHT: การขึ้นทะเบียน UNESCO "ไม่ใช่การแข่งขัน" แต่คือ “การยืนยันคุณค่าของการสืบทอดภูมิปัญญา”

INSIGHT: การขึ้นทะเบียน UNESCO "ไม่ใช่การแข่งขัน" แต่คือ “การยืนยันคุณค่าของการสืบทอดภูมิปัญญา”

หลายคนกำลังติดตามการเสนอ "ชุดไทยพระราชนิยม" เพื่อขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของ UNESCO พร้อมตั้งคำถามว่า "ประเทศไทยจะได้รับการขึ้นทะเบียนหรือไม่" แต่คำถามที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ UNESCO พิจารณาอะไรในการขึ้นทะเบียน

.

ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนอยู่บ่อยครั้ง คือการมองว่าการขึ้นทะเบียนเป็นการแข่งขันระหว่างประเทศ หรือเป็นการประกาศว่า "วัฒนธรรมนี้เป็นของใคร" จริงๆแล้ว เป้าหมายของ UNESCO แตกต่างจากนั้นอย่างสิ้นเชิง

.

การขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของ UNESCO ไม่ได้ตัดสิทธิประเทศอื่นในการมีวัฒนธรรมที่คล้ายคลึงกัน และไม่ได้ใช้เป็นหลักฐานยืนยันความเป็นเจ้าของทางกฎหมาย หากแต่มีขึ้นเพื่อส่งเสริมให้แต่ละประเทศร่วมกันอนุรักษ์ คุ้มครอง และสืบทอดองค์ความรู้ทางวัฒนธรรมให้คงอยู่ต่อไป

.

กล่าวอีกนัยหนึ่ง UNESCO ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตัวเครื่องแต่งกายในฐานะวัตถุ แต่พิจารณาภูมิปัญญา ความรู้ ทักษะ และการสืบทอดที่เกี่ยวข้องกับการสร้าง การใช้ และความหมายทางวัฒนธรรมของเครื่องแต่งกายนั้น

.

ปัจจุบัน UNESCO มีบัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมจากหลายประเทศทั่วโลก โดยหลายรายการเป็นการขึ้นทะเบียนร่วม (Multinational Nomination) ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการขึ้นทะเบียนไม่ได้เป็นการตัดสินว่า "วัฒนธรรมเป็นของประเทศใดประเทศหนึ่ง" ยกตัวอย่างเช่น เคบายา (Kebaya) ชุดเสื้อพื้นเมืองสตรีที่เป็นสัญลักษณ์ความงามและอัตลักษณ์ร่วมของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้รับการขึ้นทะเบียนในปี 2567 จากความร่วมมือร่วมกันของ 5 ประเทศ ได้แก่ ไทย, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, สิงคโปร์ และบรูไน เป็นต้น

ระหว่างหลายประเทศที่มีรากวัฒนธรรมร่วมกัน ซึ่งสะท้อนว่าการขึ้นทะเบียนมุ่งส่งเสริมการอนุรักษ์มากกว่าการตัดสินว่าใครเป็นเจ้าของวัฒนธรรม

.

“ชุดไทยพระราชนิยม” มีต้นกำเนิดจากพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยทรงนำรูปแบบการแต่งกายไทยที่มีอยู่เดิมมาพัฒนาและกำหนดมาตรฐานให้เหมาะกับการใช้งานในระดับสากล เพื่อให้ประเทศไทยมีเครื่องแต่งกายประจำชาติที่สะท้อนอัตลักษณ์ ความสง่างาม และสามารถใช้ในเวทีสากลได้อย่างเหมาะสม ชุดไทยพระราชนิยมสำหรับสตรีมีทั้งหมด 8 รูปแบบ ได้แก่ เรือนต้น จิตรลดา อมรินทร์ บรมพิมาน ดุสิต จักรี ศิวาลัย และจักรพรรดิ ซึ่งได้รับการออกแบบให้เหมาะกับโอกาสและพิธีการที่แตกต่างกัน ตั้งแต่งานลำลองไปจนถึงพระราชพิธี

.

เบื้องหลังชุดไทยหนึ่งชุด ไม่ได้มีเพียงนักออกแบบหรือช่างตัดเย็บ แต่ยังมีช่างทอ ช่างย้อม ช่างปัก ครูช่าง ชุมชนผู้ผลิตผ้า และผู้สืบทอดองค์ความรู้จากทั่วประเทศ ทุกคนล้วนเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ภูมิปัญญานี้ยังคงมีชีวิตมาจนถึงปัจจุบัน ความงดงามของชุดไทยจึงไม่ได้อยู่เพียงรูปลักษณ์ภายนอก แต่สะท้อนภูมิปัญญาด้านการทอผ้า

การย้อมสี การปักลวดลาย การตัดเย็บ และองค์ความรู้ของช่างฝีมือไทยที่สั่งสมและถ่ายทอดกันมาหลายชั่วอายุคน

.

ในการพิจารณา UNESCO จะพิจารณาว่าองค์ความรู้นั้นยังมีการปฏิบัติจริง มีชุมชนเป็นผู้สืบทอด มีมาตรการอนุรักษ์และได้รับความยินยอมจากชุมชนผู้เป็นเจ้าของมรดก ไม่ได้ตัดสินจากความสวยงามหรือความเก่าแก่เพียงอย่างเดียว ไม่ว่าผลการพิจารณาจะออกมาเช่นไร คุณค่าของชุดไทยพระราชนิยมไม่ได้เปลี่ยนแปลง เพราะสิ่งที่ทำให้ชุดไทยมีความหมาย ไม่ใช่เพียงการได้รับการรับรองจากองค์กรระหว่างประเทศ แต่คือการที่ภูมิปัญญานี้ยังคงได้รับการรักษา เรียนรู้ และส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น

.

ซึ่งกระบวนการพิจารณาของ UNESCO เองก็สะท้อนแนวคิดนี้อย่างชัดเจน โดยคณะผู้ประเมินจะพิจารณาความครบถ้วนของข้อมูล การมีส่วนร่วมของชุมชน และมาตรการในการอนุรักษ์และสืบทอดภูมิปัญญา ก่อนเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการคุ้มครองมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม (Intergovernmental Committee: IGC) เพื่อพิจารณาในการประชุมประจำปี

สำหรับ "ชุดไทยพระราชนิยม" มีกำหนดเข้าสู่การพิจารณาในการประชุม IGC ระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม – 5 ธันวาคม 2569 ณ เมืองเซี่ยเหมิน สาธารณรัฐประชาชนจีน

.

การขึ้นทะเบียนเป็นเพียงหมุดหมาย แต่การสืบทอดคือคุณค่าที่แท้จริง

คุณค่าของชุดไทย ไม่ได้เริ่มต้นวันที่ UNESCO รับรอง…แต่เริ่มตั้งแต่วันที่ยังมีคนทอผ้าอยู่ในหมู่บ้าน ยังมีคนสอนลูกหลานตัดเย็บ ยังมีคนใส่ชุดไทยด้วยความภาคภูมิใจ ตราบใดที่ภูมิปัญญาเหล่านี้ยังคงได้รับการเรียนรู้ ถ่ายทอด และสืบสานจากรุ่นสู่รุ่น มรดกทางวัฒนธรรมนี้ก็ยังคงมีชีวิต ไม่ว่าผลจะเป็นเช่นไรก็ตาม

ข้อมูลอ้างอิง

• UNESCO Convention for the Safeguarding of the Intangible Cultural Heritage (2003)

• ข้อมูลการเสนอ "ชุดไทยพระราชนิยม" เพื่อขึ้น ทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของ UNESCO กระทรวงวัฒนธรรม

.

ติดตามข้อมูลข่าวสารจาก “ข่าวจริงประเทศไทย”

🔵 Facebook : ข่าวจริงประเทศไทย

⚫ X : @realnewsthai

🔴 YouTube : เรื่องรัฐ Update

.

#ข่าวจริงประเทศไทย #RealnewsThailand #ชุดไทยพระราชนิยม #มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม #UNESCO #ภูมิปัญญาไทย #วัฒนธรรมไทย #ผ้าไทย #สืบสานภูมิปัญญา #SoftPowerไทย


image รูปภาพ
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar