Food waste ความจริงของขยะอาหารที่คุณอาจจะไม่รู้
หนึ่งในต้นเหตุสำคัญของปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ถูกมองข้าม "ขยะอาหาร" (Food Waste) ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเป็นประเด็นที่สอดคล้องกับภารกิจของกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (DCCE) ในการขับเคลื่อนนโยบายเพื่อบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี พ.ศ. 2593
.
การทำความเข้าใจว่าขยะประเภทใดจัดเป็นขยะอาหารอย่างถูกต้อง ไม่เพียงช่วยให้การคัดแยกและจัดการขยะมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซมีเทน (Methane) จากการย่อยสลายในหลุมฝังกลบ ซึ่งก๊าซมีเทนมีศักยภาพในการก่อให้เกิดภาวะโลกร้อนสูงกว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ประมาณ 28 เท่า
.
การสูญเสียอาหารและขยะอาหารสามารถแบ่งออกเป็น 2 มิติหลัก ได้แก่
มิติแรกคือ การสูญเสียอาหาร (Food Loss) มักเกิดขึ้นในกระบวนการผลิต การเก็บเกี่ยว การแปรรูป หรือการขนส่งต้นทาง เช่น ผักและผลไม้ที่ช้ำหรือเสียหายก่อนถึงตลาด
มิติที่สองคือ ขยะอาหาร (Food Waste) เกิดขึ้นในขั้นตอนปลายน้ำจากผู้ค้าปลีก ร้านอาหาร และพฤติกรรมของผู้บริโภคโดยตรง ซึ่งสามารถจำแนกย่อยเพื่อการจัดการที่เหมาะสมได้ดังนี้:
ขยะอาหารที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ คือ ส่วนประกอบที่โดยปกติไม่สามารถรับประทานได้ เช่น เปลือกไข่ ก้างปลา กระดูกสัตว์ หรือเปลือกผลไม้หนา ๆ อย่างทุเรียน
ขยะอาหารที่หลีกเลี่ยงได้ คือ อาหารที่ยังอยู่ในสภาพดีแต่ถูกทิ้งเนื่องจากการซื้อเกินความจำเป็น อาหารเหลือในจาน หรืออาหารที่ถูกทิ้งจากความสับสนระหว่างฉลาก "ควรบริโภคก่อน" (Best Before) และ "วันหมดอายุ" (Expiry Date)
.
นอกจากนี้ ประเทศไทยยังถูกจัดอยู่ใน "อันดับ 77 ของโลก" ในด้านการสร้างขยะอาหาร โดยคนไทยสร้างขยะอาหารเฉลี่ยสูงถึง 86 กก./ คน/ ปี เพิ่มขึ้นจากข้อมูลในปี 2564 ที่อยู่ที่ 79 กก./ คน/ ปี และสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกอย่างน่ากังวล
ในเขตกรุงเทพมหานครเพียงแห่งเดียว มีปริมาณขยะอาหารสูงถึงประมาณ 4,500 ตันต่อวัน หรือคิดเป็นเกือบร้อยละ 49 ของปริมาณขยะมูลฝอยทั้งหมด
.
อย่างไรก็ตาม ปัญหาขยะอาหารไม่ใช่เพียงปัญหาการกำจัดของเสียเท่านั้น แต่เป็นวิกฤตด้านทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงทางอาหาร และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก การที่คนไทยสร้างขยะอาหารเฉลี่ยถึง 86 กก./ คน/ ปี และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ เป็นสัญญาณเตือนว่าเราต้องเร่งปรับเปลี่ยนวิถีการผลิตและการบริโภคอย่างเร่งด่วน
.
การเริ่มต้นง่าย ๆ จากการ "วางแผนก่อนซื้อ คัดแยกก่อนทิ้ง และใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าที่สุด" คือการมีส่วนร่วมในการช่วยลดการปล่อยก๊าซมีเทนและก๊าซเรือนกระจกอื่น ๆ สู่ชั้นบรรยากาศ
.
ท้ายที่สุด ปัญหาขยะอาหารไม่ใช่หน้าที่ของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เป็นภารกิจร่วมกันของพวกเราทุกคน ทุกคำที่รับประทานหมดจาน และทุกครั้งที่คัดแยกขยะอาหาร คือส่วนหนึ่งของการช่วยชะลอการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลก เพื่อส่งต่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน
.
"ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน"
ที่มา : กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม