1. การประชุมสภาเพื่อเปิดอภิปรายรัฐบาลทั่วไปแบบไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152

1. การประชุมสภาเพื่อเปิดอภิปรายรัฐบาลทั่วไปแบบไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152

ตามมติที่ประชุมวิป 3 ฝ่าย คือ คณะรัฐมนตรี วิปฝ่ายค้าน และวิปรัฐบาล ได้กำหนดวันอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 เป็นวันที่ 15 - 16 ก.พ. 66 นับเป็นครั้งสุดท้ายของสภาผู้แทนราษฎร

ชุดที่ 25

การอภิปรายในวันที่ 15 ก.พ. เริ่มตั้งแต่เวลา 09.30 น. และคาดว่าจะสิ้นสุดในเวลา 02.00 น. ของวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ส่วนวันที่ 16 กุมภาพันธ์ จะเริ่มอภิปรายในเวลา 09.00 น. โดยกำหนดให้แล้วเสร็จภายในเวลา 24.00 น. โดยฝ่ายค้านได้สัดส่วนเวลาในการอภิปราย 24 ชั่วโมง มี ส.ส.อภิปราย 35 คนขณะที่คณะรัฐมนตรี และ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลมีเวลาในการชี้แจงรวมกัน 8 ชั่วโมง

• หากสภาฯล่ม จะถือว่าสิ้นสุดญัตติหรือไม่?

ก่อนหน้านี้มีประเด็นถกเถียงกันว่า หากองค์ประชุมไม่ครบหรือสภาฯ ล่มตั้งแต่การอภิปรายวันแรกจะถือว่าจบการอภิปรายและสิ้นสุดญัตติหรือไม่ ซึ่งประเด็นดังกล่าว นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ได้ประชุมคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิป 2 ฝ่าย) เพื่อพิจารณาแนวทางปฏิบัติกรณีดังกล่าว โดยชี้แจงว่า ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรไม่มีการระบุว่า การที่องค์ประชุมไม่ครบ ไม่ถือเป็นการสิ้นสุดญัตติ แต่เป็นเพียงการทำให้ญัตติดังกล่าวสะดุดลง ต้องเลิกประชุมเนื่องจากไม่เป็นองค์ประชุม และต้องนำกลับมาพิจารณาต่อ ในการประชุมคราวต่อไปโดยญัตติจะสิ้นสุดเมื่อใด ต้องดูตามข้อบังคับการประชุมสภาฯ ซึ่งระบุในข้อ 73 ว่าการอภิปรายจะยุติ เมื่อ

1. ไม่มีผู้ใดอภิปราย

2. ที่ประชุมลงมติให้ปิดอภิปราย และ

3. ที่ประชุมลงมติให้ยกเรื่องอื่นขึ้นปรึกษา และข้อ 74 ที่ว่าในกรณีที่ประธานพิจารณา เห็นว่าได้อภิปรายกันพอสมควรแล้วจะขอให้ที่ประชุมวินิจฉัยว่าจะปิดอภิปรายหรือไม่ก็ได้

การอภิปรายครั้งนี้นับเป็นช่วงโค้งสุดท้ายของรัฐบาลและของ

สภาผู้แทนราษฎรชุดนี้ ดังนั้น การอภิปรายดังกล่าวจึงถูกจับตาจาก

ทุกฝ่ายว่า ฝ่ายค้านจะมีการเปิดประเด็นอะไรที่จะส่งแรงกระเพื่อม

ถึงการเลือกตั้งครั้งหน้าได้หรือไม่ หรือฝ่ายรัฐบาลจะสามารถชี้แจง

ข้อสงสัยต่าง ๆ จนนำไปสู่การสร้างความเชื่อมั่น และสร้างการรับรู้ถึงผลงานต่าง ๆ ที่ทำมาตลอดสมัยของการเป็นรัฐบาลได้หรือไม่

ประเด็นที่คาดว่าจะมีการอภิปรายในครั้งนี้ ได้แก่

1. ปัญหาราคาพลังงาน (ราคาน้ำมัน/ค่าไฟฟ้าภาคครัวเรือน/

ค่าไฟฟ้าภาคอุตสาหกรรม)

2. ปัญหาการทุจริตในระบบราชการ (ตำรวจ/อุทยาน)

3. ผลกระทบจากกัญชา และปัญหายาเสพติด

4. ปัญหาการพนันออนไลน์

5. การใช้งบประมาณเพื่อสร้างคะแนนนิยมให้กับรัฐบาล

ทั้งนี้ การอภิปรายตามมาตรา 152 เป็นการอภิปรายแบบไม่มีการลงคะแนนเสียง เพื่อให้ฝ่ายค้านได้ซักถามข้อเท็จจริง และเสนอแนะเกี่ยวกับการทำงานของรัฐบาล โดยใช้ จำนวน ส.ส. 1 ใน 10 ของสภาฯเข้าชื่อร่วมกันเพื่อเสนอญัตติอภิปรายได้ ซึ่งแตกต่างจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจ (ตามมาตรา 151) และจะมีการลงคะแนนไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ให้ดำรงตำแหน่งต่อไป ซึ่งในสมัยของรัฐบาล

ที่ผ่านมาพบว่าเปิดศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ (ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151) ไปแล้ว 4 ครั้ง และการอภิปรายทั่วไป แบบไม่ลงมติ (ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152) อีก 3 ครั้ง ดังนี้

- อภิปรายไม่ไว้วางใจ (ตามมาตรา 151) ครั้งที่ 1 24 - 27 ก.พ. 63 ครั้งที่ 2 16 - 19 ก.พ. 64 ครั้งที่ 3 31 ส.ค. - 3 ก.ย. 64

ครั้งที่ 4 (ครั้งสุดท้าย) 19 - 22 ก.ค.65

- อภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ (ตามมาตรา 152) ครั้งที่ 1

18 ก.ย. 62 ครั้งที่ 2 6 ก.ย.63 ครั้งที่ 3 17 - 18 ก.พ. 65

โดยในการอภิปรายครั้งล่าสุด เป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

(ตามมาตรา 151) เมื่อเดือน กรกฎาคม 2565 ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ได้รับคะแนนไว้วางใจ 256 ต่อไม่ไว้วางใจ 206 คะแนนในการอภิปรายครั้งนั้น


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar